
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และภาวะโลกร้อนที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเงื่อนไขในการกำหนดมาตรการทางการค้า อย่างมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 ปีก็จะถึงวันเริ่มเก็บภาษีอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 นับว่าเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญต่ออนาคต การค้าระหว่างประเทศของไทย
ด้วยเหตุนี้ภารกิจสำคัญของ “นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์” ประธานคณะกรรมการบริหาร หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย (ICC Thailand) คนใหม่ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงวาระการทำงานในช่วงเวลา 3 ปีจากนี้ ต้องเดินหน้าสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ของการค้าโลก และตัวแทนช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก
- ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจผลรางวัล งวด 16 พ.ค. 2567
- ราคาทองเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์-ทองคำเพื่อลงทุนในไทยพุ่ง
- หวยงวด 16 พ.ค. 67 ถ่ายทอดสด ตรวจผลรางวัล ผลสลากกินแบ่งฯ วันนี้
เครือข่ายกว่า 100 ประเทศ
หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
เพื่อเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่สนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบการค้าและการลงทุนในเวทีโลก และเป็นตัวแทนของภาคเอกชนไทยในการเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ปัจจุบันเรามีเครือข่ายสมาชิกอยู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก หากผู้ประกอบการไทยต้องการขยายตลาดไปยังต่างประเทศก็สามารถใช้เครือข่ายของ ICC ในประเทศนั้นได้ โดยทาง ICC ได้จัดตั้ง ICC Academy ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสถาบันที่พัฒนาความรู้ในด้านการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งอัพเดตกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศใหม่ ๆ
ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาโปรแกรมที่มีชื่อว่า Digital Export Enablement Program หรือ DEEP เพื่อที่จะช่วย SMEs ในการหาและขยายตลาดต่างประเทศโดยใช้แพลตฟอร์มที่ร่วมกันพัฒนาขึ้น ซึ่ง ICC Thailand ก็ได้ทดลองจัดอบรมเมื่อปีที่ผ่านมา และได้เสียงตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการ SMEs กว่า 80 ราย
11 ภารกิจ ICC Thailand
การดำเนินภารกิจแรก คือ ด้านอนุญาโตตุลาการและการระงับข้อพิพาท ที่ปัจจุบันประเทศไทยได้ตั้งสถาบันอนุญาตโตตุลาการ (THAC) โดยสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันอนุญาโตตุลาการ (TAI) โดยสำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เพื่อสร้างชื่อเสียงในการพิจารณาคดี และด้านการธนาคาร ที่ตอนนี้เราพยายามผลักดันแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลแห่งชาติ (NDTP) ร่วมกับ APEC ระหว่างกลุ่ม 21 เขตการค้าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและเชื่อมโยงองค์กรภาครัฐและเอกชนของประเทศสมาชิกที่เป็นคู่ค้าให้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน
ต่อมา ด้านกฎหมายและการปฏิบัติทางการค้า เนื่องจากกฎหมายการค้าระหว่างประเทศมีจำนวนมหาศาล จึงเป็นหน้าที่สำคัญของ ICC Thailand ต้องให้ความรู้และอัพเดตกฎหมายใหม่ให้กับผู้ประกอบการอย่างสม่ำเสมอ
ด้านการแข่งขันทางการค้า อาทิ กฎหมายการควบคุมตลาด เพื่อสร้างการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและป้องกันการทุจริตขององค์กร ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของทุกประเทศทั่วโลกในการต่อต้านการทุจริต ทั้งระดับการตรวจสอบและนโยบาย
ส่วนอีกภารกิจ คือ ด้านศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้ามากขึ้น และใช้เวลาน้อย กรณีที่ผู้ค้าไม่มีประวัติทำผิดกฎหมายสามารถรับบัตรทองเพื่อไม่รับการตรวจจากศุลกากร เนื่องจากบางครั้งการตรวจใช้ระยะเวลานาน ทำให้อาจจะพลาดเรือสินค้าและโดนปรับจากฝั่งคู่ค้าได้
และด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าหากไม่เริ่มก็ไม่สามารถต่อยอดพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลแห่งชาติได้ เพราะเป็นการวางรากฐานดิจิทัล ขณะนี้ กกร.กำลังพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านการสแกน QR Code
“ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม นับเป็นเรื่องที่สุดท้ายแล้ว ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกต้องดูแล เพราะคือต้นทุนในการผลิต ฉะนั้นเราจะแข่งขันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับต้นทุนต้องสู้ได้ เรื่องนี้เราต้องอบรมเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจ วันนี้เราไม่ได้บอกให้ไปดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว เพราะตอนนี้เกี่ยวข้องถึงต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ”
ทั้งยังมี ด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตร นับเป็นจุดแข็งของประเทศไทย เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอาหาร เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารของโลก ซึ่งเราควรจะพัฒนาให้มากกว่าการส่งออกสินค้าเกษตร หรืออาหารแปรรูป แต่ควรก้าวไปถึงการส่งออกสารสกัด (Food Extract)
สุดท้าย คือ ด้านการประกันภัย และด้านการตลาดและโฆษณา เพื่อสอนให้สมาชิกและผู้ประกอบการเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการแบรนด์ ตอนนี้สินค้าไทยได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ แต่ตอนนี้เป้าหมายที่สำคัญ คือ ทำอย่างไรให้สินค้าไทยดีกว่าเดิม ดังกว่าเดิม
วาระร้อน CBAM
“ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ เลขาธิการ ICC สำนักงานใหญ่ ผมได้บอกไปว่า ผมอยากทำ Agenda ประเทศไทยด้วยเช่นกันในบางวาระ เช่น CBAM ซึ่งเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยต้องทำเข้มข้นกว่า เพราะเราส่งออกไปสหภาพยุโรป คิดเป็น 10% ของการส่งออกทั้งหมด หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งหากเราไม่รีบปรับตัวจะทำให้ต้นทุนของเราสูงมากยิ่งขึ้น และเสียเปรียบทางการแข่งขัน”
ปัญหาใหญ่ตอนนี้เรื่องเครดิตคาร์บอน เนื่องจากเรายังไม่ได้ทำมาตรฐานเดียวกับสหภาพยุโรป เช่น การชดเชยคาร์บอนเครดิต ปกติแล้ว 1 คาร์บอนเครดิต จะมีมูลค่าประมาณ 15 ยูโร หรือประมาณ 750 บาท แต่ประเทศไทย 1 คาร์บอนเครดิต
ปัจจุบันอยู่ที่ 50 บาท นั่นหมายความว่า เราชดเชยไม่พอ ทำให้เราต้องเสียค่าปรับคาร์บอนเพิ่มอีก เพราะมูลค่าคาร์บอนเครดิตไม่เท่ากัน ซึ่งประเทศไทยต้องรีบผลักดันเรื่องมาตรฐานการทำคาร์บอนเครดิตกับประเทศคู่ค้าให้ได้ มิฉะนั้นไม่เกิน 3 ปี ผู้ส่งออกไทยมีปัญหาเรื่องการส่งออกแน่นอน
ไม่ใช่แค่เฉพาะสหภาพยุโรป แต่จะลามไปทั่วทั้งโลก เพราะสหรัฐเองก็กำลังจัดทำร่างมาตรการ CBAM อยู่เช่นเดียวกันกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งกำลังเตรียมประกาศใช้ รวมถึงเมื่อครั้งที่ผมไปประชุมที่ฮ่องกง ก็ทราบข่าวมาว่า จีนเองก็กำลังทำร่างมาตรการ CBAM ด้วย นั่นหมายความว่า เราจะมีมาตรการ CBAM จากหลายประเทศที่ไม่เหมือนกันเลย
จึงเกิดคำถามว่า แล้วตกลงเราควรจะต้องตามมาตรฐานไหนกันแน่ ซึ่งเราจะพยายามผลักดันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดมาตรฐานสากลร่วมกันในระดับนานาชาติให้ทุกคนอิงมาตรฐานนี้ เช่นเดียวกับมาตรฐาน ISO
ปมภูมิรัฐศาสตร์กับการค้า
สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง มองว่ายังไม่น่ากังวลมาก เนื่องจากอิสราเอลและอิหร่านในขณะนี้เหยียบเบรกหยุดการยิงก่อน แต่ก็เป็นที่น่าตกใจอยู่ดีว่า อิหร่านประกาศเตือนก่อนยิงอิสราเอลล่วงหน้าเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น จากปกติแล้วต้องประกาศก่อน 48 ชั่วโมง ทำให้สถานการณ์โลกในปัจจุบัน อะไรก็เกิดขึ้นได้
“ไทยจึงควรหาทางเตรียมพร้อมรับมือให้ทัน เช่นเดียวกับสถานการณ์การค้าที่วันดีคืนดี ก็อาจจะประกาศเพิ่ม เช่น CBAM ซึ่งขณะนี้ใช้บังคับกับสินค้าบางกลุ่ม 6 รายการ ไทยก็ต้องเตรียมขยายขอบเขตอุตสาหกรรมจากเดิมไปสู่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ในอนาคต”
นอกจากเรื่อง CBAM แล้ว วาระที่สำคัญของการค้าโลกอีกเรื่อง คือ ESG (Environment, Social และ Governance) เป็นแนวคิดในการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและการต่อต้านการทุจริต นับว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนสำหรับผมกับวาระที่เหลืออีก 3 ปี ปฏิทิน รวมถึงเป็นวาระสำคัญที่ต่อให้ใครขึ้นมานั่งตำแหน่งประธาน ICC Thailand จะต้องสานต่อ
